Pages Menu
RssFacebook
Categories Menu

Posted on May 4, 2013 in Focus, Interview

อำลาอาชีพทนายความ สู้ชีวิตในนอร์เวย์เพื่อความสำเร็จ “ประกาศนียบัตร 11 ใบ”

ดิฉัน ชื่อจริงว่า ระวิวรรณ กลิ่นเจริญ เกิดว้นที่ 31 ธันวาคม 2506 เป็นคนจังหวัดนครปฐม สำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสาตร์บัณฑิต มีพี่น้อง 7 คน ส่วนมากทำงานรับราชการ คุณพ่อเคยรับราชการเป็นครูใหญ่อยู่ในจังหวัด แต่ตอนนี้ท่านเสียไปไดั10ปีแล้ว ส่วนคุณแม่แต่ก่อนมีร้านขายส่งของทะเล แต่ตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆเพราะท่านอายุมากแล้ว 73 ปี

IMG_1265

หลังจากจบนิติศาสตร์บัณฑิต ดิฉันก็ไปฝึกเป็นทนายความ พอทำงานเป็นทนายความไดัระยะหนึ่ง ก็ย้ายไปชลบุรี ได้งานเป็นทนายที่ปรึกษาอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ชีวิตก็น่าจะดีแต่กลับไม่ชอบงานนี้ ใจก็คิดจะเปลี่ยนงานแต่ก็ยังไม่มีโอกาสตอนนั้น จนกระทั้งวันหนึ่งมีชาวต่างชาติเดินเข้ามาที่สำนักงานแล้วเขาเดินตรงมาที่ดิฉันแล้วพูดว่าคุณๆกรุณาช่วยผมหน่อยได้ไหม ดิฉันก็บอกว่ามีเรื่องอะไรให้ดิฉันช่วยหรือ เขาบอกว่าเขาต้องการคนไปเจรจาเรื่องที่เขาขับรถไปเฉี่ยวมอเตอไซด์ใหัหน่อย จริงๆแล้วดิฉันจะให้คนอื่นไปแทนสุดทัายดิฉันก็ไปจัดการเรื่องนี้ให้เขาเองโดยไม่ได้คิดค่าตอบแทน

ฝรั่งคนนี้ดีใจมาก วันต่อมาก็ซื้อทองมาให้หนึ่งเส้น แต่ดิฉันไม่กล้ารับไว้ ทีนี้เขาเลยแวะมาหาเกือบทุกวันจนเรารู้จักกันเรื่อยมาจนวันหนึ่งเขามาลาเพื่อลากลับประเทศของเขา แล้วเราก็ติดต่อกันทางจดหมายเรื่อยมา จนกระทั้งเขากลับมาอีกครั้ง เขาก็มาหาที่ทำงานเดิม ดิฉันก็ยังเป็นทนายเหมือนเดิมยังไม่มีโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ และตอนนั้นเขาก็ขอดิฉันแต่งงานถ้าดิฉันตกลงก็จะเดินทางไปแต่งงานทีประเทศนอรเวย์ “ไม่รู้ว่าดิฉันตัดสินใจผิดหรือถูก” ที่ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินทางมากลับเขาที่ประเทศนอรเวย์

เขาสัญญาว่าจะให้เรียนต่อถ้าต้องการ แต่เขาก็พูดไปอย่างนั้นเอง พอมาอยู่ที่นอร์เวย์ไม่นานเขาบอกว่าแม่ของเขาอยากมีหลาน เขาก็พูดว่าเขาอายุ30ปีแล้วอยากมีลูกให้แม่เขาอุ่มเร็วๆ ดิฉันบอกเขาว่าแล้วเรื่อยเรียนที่คุณตกลงกับฉันไว้ละ เขาก็พูดว่าที่นอรเวย์นะมีครอบครัวแลัวค่อยเรียนก็ได้ ตอนนั้นดิฉันได้เรียนภาษานอรเวย์นิดหน่อยเพราะแพ้ท้องอย่างแรง
เลยหยุดคลอดบุตรและเลี้ยงลูกจนลูกสาวได้2ขวบ เขาก็เริ่มดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ในบ้าน ดิฉันยอมรับตรงนี้ไม่ได้จึงพูดกับเขาว่าถ้าคุณขืนทำอย่างนี้ต่อไปดิฉันคงอยู่กับคุณไม่ได้ เขาก็พูดว่าถ้าคุณมีลูกชายให้ผม ผมก็จะปรับปรุงตัวเองไหม่ เขาว่าจะพยายาม ดิฉันบอกเขาคุณต้องสัญญาว่าจะต้องไปรักษาโรคติดเหล้าและบุหรี่ เขาก็เออ..ออไปอย่างนั้นเองเขายืนยันว่าเขาไม่ติดเขาจะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ดิฉันก็ให้โอกาสเขาอีกครั้ง ดิฉันได้ลูกชายสมใจเขา ดิฉันดีใจมากที่ครอบครัวจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง เขาก็เรื่มดีขึ้นดื่มน้อยลง สูบบุหรี่นอกบ้าน

ทุกอย่างก็น่าจะดีตามที่คาดหวังเอาไว้ แต่หลังเขาทำตัวดีได้สองเดือน เขาไปงานเลี้ยงเพื่อนกลับมาบ้านเมาหัวทิ่ม ดิฉันเสียใจมากที่เขาผิดสัญญา จากวันนั้นดิฉันก็ไม่พูดกับเขา เขาเริ่มดื่มหนักสูบจัดขึ้น ดิฉันตัดสินใจโทรศัพท์คุยกับหน่วยงานช่วยเหลือเด็กและสตรีของท้องที่นั้น เจ้าหน้าที่นัดให้ดิฉันและลูกๆออกมาจากบ้าน และหาที่อยู่ใหม่ให้ดิฉันและลูกๆ ดิฉันไม่มีเงินติดตัวมาเลยเพราะเราใช้บัตรเงินร่วมกัน ดิฉันไม่กล้านำบัตรมาด้วย ดิฉันจึงเอามาแต่เสื้อผ้าและลูกๆเท่านั้น เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เป็นไรพวกเขาจะช่วยเรื่องเงินและที่อยู่เอง มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้ามาสัมภาษณ์เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น เขาถามว่าถ้าสามีมาตามกลับจะกลับไหม? ดิฉันตอบว่าไม่คะเพราะดิฉันให้โอกาสเขามามากพอแล้ว ดิฉันขออยู่กับลูกตามลำพังจะดีกว่า เขาก็มีสิทธิพบลูกๆได้ซึ่งให้เป็นไปตามกฏหมายของที่นี่ก็แล้วกัน แต่ดิฉันขออย่างเดียวว่าเขาต้องไม่ดื่มหรือสูบบุรี่ในขณะที่ลูกๆอยู่กับเขา ถ้าเราจับได้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม เขาจะไม่ได้เห็นหน้าลูกๆอีก เขาก็เซ็นชื่อตกลงตามนั้นทันที ตามกฏหมายที่นี่เขาจะมีสิทธิมารับลูกๆแค่วันเสาร์อาทิตย์เว้นเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

ดิฉันก็อยู่เป็นม่ายตั้งแต่นั้นมา ดิฉันเริ่มเรียนภาษานอร์เวย์อย่างจริงจังจนสอบผ่านบารเก้น Bergen คือ แบบทดสอบภาษานอร์เวย์ระดับสูงเพื่อใช้ทดสอบชาวต่างชาติว่าความสามารถในภาษานอรเวย์ของพวกเขาอยู่ในระดับไหนการทดสอบบารเก้นนี้เทียบเท่าวุฒิมัธยมปลายที่นี่ นั้นหมายความว่าคุณสามารถนำใบทดสอบนี้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์สาขาต่างๆได้ขึ้นอยู่กับคะแนนที่คุณไดัเช่น ถ้าคุณอยากเรียนสาขาแพทย์คุณต้องได้คะแนนถึง 500 คะแนนของการทดสอบบารเก้นท์ในแต่ละสายที่จะเรียนคะแนนก็แตกต่างกันไป
หลังจากที่ดิฉันเรียนภาษานอรเวย์อย่างหนักหนึ่งปีเต็ม ดิฉันก็พร้อมที่จะไปสอบบารเก้นท์ซึ่งเป็นความหวังของชาวต่างชาติทุกคนที่จะนำใบประกาศนี้ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย
ข้อสอบยากมาก แต่ดิฉันก็สามารถได้คะแนนมากพอที่จะนำใบนี้ไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ได้ ตั้งแต่นั้นมาดิฉันก็เริ่มสมัครเรียนสาขาการตลาด การศุลกากร คอมพิวเตอร์ การไปรษณีย์ การบริหารธุรกิจ การจัดการ เรียนมาแลัว หลายสาขาก็ยังหางานไม่ได้ พอมาปีพ.ศ.1993 ก็ได้งานที่มหาวิทยาลัยพยาบาลแผนกติดต่อสอบถามในท้องทิ่นนั้น และได้งานพิเศษเป็นล่ามจนถึงทุกวันนี้  จนปีพ.ศ 2500 มหาวิทยาลัยพยาบาลไดัย้ายไปอยู่ที่อื่นดิฉันไม่สามารถย้ายตามไปได้ ก็ต้องหางานใหม่ ได้งานเป็นคนช่วยผู้สูงอายุออกกำลังกายตามท่าต่างๆ ต่อมาเมื่อปีพ.ศ.2502 ดิฉันได้บุตรหญิงอีกหนึ่งคน ก็เลยได้หยุดหนึ่งปีเลี้ยงลูกอีกครั้ง ช่วงนั้นอยู่บ้านเฉยๆรู้สึกเบื่อเลยไปสมัครเรียนสาขาผู้ช่วยครูสอนโรงเรียนชั้นประถมได้ใบประกาศมาก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้ ต่อมาลองเรียนสาขาครู ก็คิดว่าไม่ยาก พอปีพ.ศ.2005 ทางอำเภอเฉน skien ประกาศรับสมัครครูสองภาษาก็เลยลองสมัครดู ปรากฏว่าเจ้านายชอบคุณสมบัติ เลยได้งานนี้้เป็นครูสองภาษามาถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ก็ได้แปด ปีแล้วพอดิฉันได้ทำงานนี้ก็พยายามศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองในวิชาต่างๆเช่นดิฉันเรียนภายในเป็นวิชาเฉพาะสังคมประวัติศาสตร์นอรเวย์ ดิฉันเรียนเพิ่มเติมตลอดเวลาในสาขาอื่นๆอีก ดิฉันได้เลื่อนขั้นและเงินเดือนทุกปี ตอนนี้ก็ขั้นมากกว่าครูธรรมดา

Raviwan

Tospråklig Opplæring Skien Grunnskole

http://morsmal.no/index.php/no/2726-livet-som-tospraklig-laerer-i-norge

ถ้าเทียบเป็นของไทยก็น่าจะเป็นซี8-9 จุดมุ่งหมายส่วนใหญ่เรียน เพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถนำไปสอนนักเรียนไทยให้เก่งเพื่อพวกเขาจะได้เรียนต่อในระดับสูงต่อไปได้ ซึ่งดิฉันรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่เห็นนักเรียนที่เคยเป็นลูกศิษย์ได้เข้าเรียนในระดับสูงและมีอนาคตที่ดีเท่าเทียมกับเด็กนอร์เวย์ได้  ดิฉันคิดว่าทุกคนที่ได้เข้ามาอยู่ในประเทศนอรเวย์นั้นนับว่าโชคดีเพราะนอรเวย์เป็นรัฐสวัสดิการ ซึ่งประเทศอื่นๆในโลกนี้ไม่มี สวัสดิการต่างๆที่ประชาชนในประเทศนี้ไดัรับส่วนมากมาจากภาษีของประชาชนที่ทำงาน ซึ่งรัฐบาลจัดแบ่งสันให้ประชาชนมีสิทธิใช้สวัสดิการต่างๆได้ถ้าคุณตัองการหรือจำเป็นที่จะใช้มันจริงๆเช่น สวัสดิการแม่ม่ายและเด็ก ที่ดิฉันเคยใช้มันมาแล้ว สวัสดิการการศึกษา-หางาน-ทำงาน-เวลาป่่วย-ตกงาน-การคลอดบุตร-เงินช่วยต่างๆอีกมากมาย

ชีวิตของดิฉันไม่ใช่ราบเรียบเหมือนโรยดอกกุหลาบเหมือนอย่างคนอื่นคิด ดิฉันต่อสู้ทุกอย่างเพื่อตนเองและลูกๆเห็นพวกเขาเรียนเก่งมีอนาคตที่ดีอยู่ในกรอบเป็นคนดีของสังคม แค่นี้ดิฉันก็พอใจแล้วว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ด้วยความมานะพยายามของตนเองเท่านั้น ดิฉันเชื่อว่าทุกคนทำไดั บางคนอาจทำได้ดีกว่าดิฉันด้วยซำ้ จงสู้อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า จงรู้จักใช้สิทธิและโอกาสของตนเองอย่างฉลาด

 

 

%d bloggers like this: